Monthly Archives: September 2014

ข่าวและกิจกรรมของโครงการป่าครอบครัว

“ฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” วันที่ 23 – 24 มิถุนายน 2559 ณ ศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และเครือข่ายป่าครอบครัว ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

 13558698_1034758906579103_5644594115507572446_o13568958_1034766539911673_5507482914541481635_o 13528136_1034765039911823_5996941842423277756_o 13490689_1034763233245337_6535308411784628877_o 13503006_1034758013245859_5715435915368559209_o 13502658_1034758896579104_381835832816497558_o 13495432_1034758789912448_3031693843400324775_o 13497796_1034763363245324_2774628366620869758_o 13522770_1034763383245322_1968620864963651722_o 13533214_1034766546578339_4592203983954134746_n feefef 13559007_1034765223245138_4455286757226111263_o
“ความหลากหลายทางชีวภาพ” มาจาก biodiversity หรือ biological diversity ความหลากหลาย (diversity) หมายถึง การมีสิ่งมีชีวิตนานาชนิด นานาพันธุ์ในระบบนิเวศอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมีมากมายและแตกต่างกันทั่วโลก หรือง่ายๆ คือ การที่มีชนิดพันธุ์ (species) สายพันธุ์ (genetic) และระบบนิเวศ (ecosystem) ที่แตกต่างหลากหลายบนโลก“ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ (species diversity)” หมายถึง จำนวนชนิด และจำนวนหน่วยสิ่งมีชีวิตที่เป็นสมาชิก ของแต่ละชนิดที่มีอยู่ใน แหล่งที่อยู่อาศัยในประชากรนั้นๆ หรือหมายถึงความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิต (species) ที่มีอยู่ในพื้นที่หนึ่งนั่นเอง เช่น เราสามารถพบเห็นถึงความแตกต่างระหว่างพืชและสัตว์แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น สุนัข แมว จิ้งจก ตุ๊กแก และนกพิราบ เป็นต้น หรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในป่าเขาลำเนาไพร เช่น เสือ ช้าง กวาง เก้ง ลิง ชะนี และหมี เป็นต้น พื้นที่ธรรมชาติเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย แต่ว่ามนุษย์ได้นำเอาสิ่งมีชีวิตมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร และอุตสาหกรรม น้อยกว่าร้อยละ 5 ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ในความเป็นจริงพบว่า มนุษย์ได้ใช้พืชเป็นอาหารเพียง 3,000 ชนิด จากพืชที่มีท่อลำเลียง (vascular plant) ที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกถึง 320,000 ชนิด ทั้งๆ ที่ประมาณร้อยละ 25 ของพืชที่มีท่อลำเลียงนี้สามารถนำมาบริโภคได้ (UNEP 1995)“ป่าครอบครัว ลุงต๋า” ….ป่าครอบครัวพื้นที่ 11 ไร่ ที่เป็นแหล่งรวบรวมความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้ต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดในป่าครอบครัว โดยปลูกตามความชอบส่วนตัว ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ผล ไม่ใช้สอย พร้อมกับต้องการเก็บรักษาพันธุ์ไม้หายาก พันธุ์ไม้ที่มีความสำคัญ หรือพันธุ์ไม้แปลกๆ ให้คงอยู่เพื่อให้ลูกหลานได้ใช้ศึกษาหรือเรียนรู้ในอนาคต เช่น ต้นเจ้าหญิงสีชมพู บุนนาค บุหงาส่าหรี คูณสีชมพู เพชรน้ำบุศย์ กล้วยค่าง ชงโคอินเดีย ต้นมโนรมย์ กฤษณา กัลปพฤกษ์ มะฮอกกานี สุพรรณิการ์ และพืชอื่นๆ อีกกว่า 100 ชนิด ซึ่งป่าครอบครัวเป็นทั้งแหล่งอาหาร สร้างรายได้ ลดรายได้จ่ายได้ตลอดทั้งปี (มะดัน, มะนาว, กล้วย กระเจี๊ยบแดง ใบเตย มะพร้าวน้ำหอม) เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นพื้นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อช่วยบรรเทาโลกร้อนอีกด้วย

Cr : http://chm-thai.onep.go.th/

————————–———————–

“ฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
วันที่ 23 – 24 มิถุนายน 2559 ณ ศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และเครือข่ายป่าครอบครัว ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

BEDO ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) จัดฝึกอบรม “โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” นำโดย นายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน, นายบุญญานนท์ ศรีโท เจ้าหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, นางสาวอุไรรัตน์ ทิพย์สิงห์ พนักงานธุรการกลุ่มกิจการอนุรักษ์ฯ และนางสาวพัชรนันท์ จินดา ผู้ประสานงานโครงการป่าครอบครัวฯ โดยมีนายจักรพงษ์ แย้มยิ้ม นักวิชาการชำนาญการ ผู้แทนจาก อบก. เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัวของเครือข่ายป่าครอบครัว ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

การฝึกอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งได้สร้างความรู้ความเข้าใจภาวะปัญหาในปัจจุบันและความสำคัญของการลดก๊าซเรือนกระจกแก่สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมกับสร้างความร่มรื่น ให้อากาศที่บริสุทธิ์ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่สมาชิกในครอบครัว

พร้อมกับได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่างของนายประสิทธิ์ เพ็งหัวรอ ประธานเครือข่ายป่าครอบครัว ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่มีพื้นที่ป่าครอบครัว จำนวน 11 ไร่ เพื่อทำการวางแปลงสาธิตการวัดและเก็บข้อมูล เพื่อนตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อเก็บข้อมูลและวัดขนาดความสูง/โต ของต้นไม้ชนิดต่างๆ อาทิ ต้นตะกู ต้นไผ่ มะพร้าว สักยางนา มะดัน มะม่วง ยางนา มะขามป้อม เป็นต้น เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปประยุกต์และดำเนินการในพื้นที่ของสมาชิกป่าครอบครัวของแต่ละครอบครัว และนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามสูตรวิธีการที่ อบก. กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ ในพื้นที่ป่าครอบครัวที่นำไปสู่การลดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมฯ สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวที่สนใจและพื้นที่ป่าครอบครัวมีความพร้อม ก็สามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการเก็บและรวบรวมข้อมูล เพื่อนำส่งเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัวของตน และรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก(Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

————————–————————————-


“การฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2559
ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเทศบาลตำบลบ่อ และเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

4444444442222222 33333333 1111111 44444

“ต้นไม้…..มีประโยชน์อย่างไร ?”

1. ต้นไม้จะช่วยคายออกซิเจน ในเวลากลางวัน ทำให้เราได้อากาศบริสุทธิ์

2. ช่วยดูดซับก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก เป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน

3. เป็นร่มเงา บังแดดให้เกิดความร่มรื่น

4. เป็นที่อยุ่อาศัยของสัตว์ป่า

5. พืช ผัก ผลไม้ สามารถนำมารับประทานเป็นอาหาร หรือยารักษาโรคได้

6. เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เนื่องจากที่บริเวณราก ที่ดูดซับน้ำ และแร่ธาตุเป็นการกักเก็บน้ำไว้บริเวณผิวดิน

7. บริเวณรากของต้นไม้ ที่ยึดผิวดิน ทำให้เกิดความแข็งแรงของบริเวณผิวดิน ซึ่งสามารถป้องกันการพังทลายจากดินถล่ม เพราะมีรากเป็นส่วนยึดผิวดินอยู่ ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ การสาธิต การนำหญ้าแฝกมาประยุกต์ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเป็นพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทย อย่างยอดยิ่ง

8. เป็นแนวป้องกัน การเกิดน้ำท่วม เนื่องจากเมื่อเกิดสภาพที่น้ำเกินสมดุล
ท่วมลงมาจากยอดเขา จะมีแนวป่าต้นไม้ ช่วยชะลอความแรงจากน้ำท่วม

9. ลำต้น สามารถนำมาแปรรูปทำประโยชน์ได้มากมาย เช่น บ้านเรือน ที่พักอาศัย สะพาน เฟอร์นิเจอร์ เรือ เป็นต้น

10. การปลูกต้นไม้ เป็นการผ่อนคลายความเครียดได้วิธีหนึ่ง

11. เมื่อเจริญเติบโตแล้ว นำไปขายได้ราคา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก (แต่อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานดีกว่า)

12. ต้นไม้ เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศ ฉะนั้น ขอให้ทุกท่านช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้ พร้อมกันนั้น ช่วยกันปลูกเสริมต่อไป ถ้าทุกคนในชาติให้ความสำคัญ และร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมสนับสนุนโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ก็จักทำให้ลดภาวะโลกร้อนได้อย่างรวดเร็ว

—————————————————————————-

“การฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2559
ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเทศบาลตำบลบ่อ และเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

BEDO ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) จัด “ฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” นำโดย นายเสมอ ลิ้มชูวงศ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการชุมชน, นายบุญญานนท์ ศรีโท เจ้าหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และคณะ โดยมีนายจักรพงษ์ แย้มยิ้ม นักวิชาการชำนาญการ ผู้แทนจาก อบก. เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัวของเครือข่ายป่าครอบครัว ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

การอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งการฝึกอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจภาวะปัญหาในปัจจุบันและความสำคัญของการลดก๊าซเรือนกระจกแก่สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมกับสร้างความร่มรื่น ให้อากาศที่บริสุทธิ์ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่สมาชิกในครอบครัว

พร้อมกับได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง ของนางสายหยุด นุชวงษ์ สมาชิกป่าครอบครัว ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ที่มีพื้นที่ป่าครอบครัว จำนวน 4.5 ไร่ เพื่อทำการวางแปลงสาธิตการวัดและเก็บข้อมูล เพื่อนตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ โดยการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เพื่อเก็บข้อมูลและวัดขนาดความสูง/โต ของต้นไม้ชนิดต่างๆ อาทิ ต้นมะพร้าว กระบาก ตะเคียน มะม่วงหิมพานต์ มะม่วง ยางนา เป็นต้น เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปประยุกต์และดำเนินการในพื้นที่ของสมาชิกป่าครอบครัวของแต่ละครอบครัว และนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามสูตรวิธีการที่ อบก. กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ ในพื้นที่ป่าครอบครัวที่นำไปสู่การลดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมฯ สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวที่สนใจและพื้นที่ป่าครอบครัวมีความพร้อม ก็สามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการเก็บและรวบรวมข้อมูล เพื่อนำส่งเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัวของตน และรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

———————————————————————

 ++“การฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤษภาคม 2559
ณ ศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ++

Untitled

13221379_1012268242161503_5196291893265693234_o 13268155_1012356598819334_4569533873979417645_o 13248538_1012268098828184_5983332459884586081_o 13217187_1012268208828173_8969739812285255748_o 13256371_1012359585485702_4031192259346636276_n

ภาวะโลกร้อน (Global Warming)…. หมายถึง การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศบริเวณใกล้ผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นถึง 0.74 ± 0.18 องศาเซลเซียส และจากแบบจำลองการคาดคะเนภูมิอากาศพบว่าในปี พ.ศ. 2544 – 2643 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเชื้อเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ใช้ และอื่นๆ อีกมากมาย จึงทำให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้กักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆ สูงขึ้นจากเดิม

ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นก็มีให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ สภาพลมฟ้าอากาศที่ผิดแปลกไปจากเดิม ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุที่รุนแรง อากาศที่ร้อนผิดปกติจนมีคนเสียชีวิต รวมไปถึงโรคระบาดชนิดใหม่ๆ หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกนี้แล้วก็กลับมาให้เราได้เห็นใหม่ และพาหะนำโรคที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น

“…การปลูกต้นไม้…” ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ อย่างที่เรารู้กันดีว่าในเวลากลางวัน ต้นไม้นั้นจะช่วยหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และหายใจออกมาเป็นก๊าซออกซิเจน เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเราโดยแท้ เพราะฉะนั้น….มาร่วมกันสร้างป่าครอบครัวกันเถอะ!!! 

“ป่าครอบครัว”.. จะเป็นพื้นที่ที่ให้อากาศบริสุทธิ์ และช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนแก่คุณและโลกของเรา…”

อ้างอิง : greentheearth, TGO

————————–————

“การฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
ระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤษภาคม 2559
ณ ศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ 

BEDO ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) จัด “ฝึกอบรมโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน” นำโดยนายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน นายบุญญานนท์ ศรีโท เจ้าหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และคณะ โดยมีนายจักรพงษ์ แย้มยิ้ม นักวิชาการชำนาญการ ผู้แทนจาก อบก. เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัวของเครือข่ายป่าครอบครัว ต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์

การอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวเป็นอย่างมากโดยมีนางจุฑามาศ วิลาศรี สาธารณสุขอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ให้เกียรติเข้าร่วมการฝึกอบรม ซึ่งการฝึกอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจภาวะปัญหาในปัจจุบันและความสำคัญของการลดก๊าซเรือนกระจกให้แก่สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมกับสร้างความร่มรื่น ให้อากาศที่บริสุทธิ์ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่สมาชิกในครอบครัว

พร้อมกับได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง เพื่อทำการวางแปลงสาธิตการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปประยุกต์และดำเนินการในพื้นที่ของสมาชิกป่าครอบครัวของแต่ละครอบครัว และนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามสูตรวิธีการที่ อบก. กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ ในพื้นที่ป่าครอบครัวที่นำไปสู่การลดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมฯ สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวที่สนใจและพื้นที่ป่าครอบครัวมีความพร้อม ก็สามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการเก็บและรวบรวมข้อมูล เพื่อนำส่งเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัวของตน และรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก(Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

—————————————–

++ศึกษาดูงานการพัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อนำมาประยุกต์ในกิจกรรมตอบแทนคุณระบบนิเวศตามหลักการ PES และโครงการป่าครอบครัวเพื่อการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่โครงการ SMB ระหว่างวันที่ 21 – 22 กรกฎาคม 2558 ณ จังหวัดจันทบุรี++

jan3 jan1 jan2

เมื่อวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO นำโดย นายนายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน นางสางรุจิรา  พงศ์พลูทอง, นายชัยรัตน์  บุญนาค, นายบุญญานนท์  ศรีโท เจ้าหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และนางสาวอุไรรัตน์  ทิพย์สิงห์ ผู้ประสานงานประจำกลุ่มกิจการการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ลงพื้นที่จัดกิจกรรมศึกษาดูงานการพัฒนาเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ให้แก่สมาชิกในพื้นที่โครงการ SMB และสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวเพื่อการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเทศบาลตำบลบ่อ, เครือข่ายป่าครอบครัวตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อนำมาประยุกต์ในกิจกรรมตอบแทนคุณระบบนิเวศตามหลักการ PES (Payments for Ecosystem Services) ในพื้นที่โครงการ SMB  และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน หลักการ แนวคิดป่าครอบครัว
โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายสุรพงษ์ สุวรรณหิตาธร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี และนายภูดิท กอบพึ่งตน ปลัดเทศบาลตำบลบ่อ กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมศึกษาดูงานฯ หลังจากนั้น สมาชิกของชุมชน ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้แนะนำประวัติความเป็นมาและกิจกรรมการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจฯ และ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินโครงการป่าครอบครัวของพื้นที่รวมถึงแรงบันดาลใจในการจัดทำป่าครอบครัว พร้อมกับลงพื้นที่เพื่อศึกษาป่าครอบครัวตัวอย่างของสมาชิกป่าครอบครัวตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

วันต่อมาได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการศึกษาสาธิตและการพัฒนาในเขตที่ดินชายทะเล โดยวิธีการผสมผสานความรู้อันหลากหลายของแต่ละหน่วยงานเพื่อวางแผนพัฒนาการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและยั่งยืน โดยคณะศึกษาดูงานฯ ได้รับความรู้ ประวัติความเป็นมา วัตถุประสงค์ และผลการดำเนินงาน จากวิทยากร หลังจากนั้นได้มีกิจกรรมการสร้างบ้านปลาด้วยซั้งเชือกให้คณะศึกษาดูงานได้ดำเนินการร่วมกัน ซั้งก็เป็นเสมือนกับปะการังเทียม นิยมทำจากวัสดุท้องถิ่นที่สามารถย่อยสลายในน้ำได้ เช่น เถาวัลย์ ทางมะพร้าว สำหรับ “ซั้งเชือก” เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่อดีต เป็นเครื่องมือดึงดูดสัตว์น้ำให้มาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกในการทำการประมง โดยการนำซั้งเชือก ไปทิ้งไว้ในทะเลเพื่อใช้เป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งคณะศึกษาดูงานฯ ได้ร่วมมือกันทำบ้านปลาจากซั้งเชือกได้สำเร็จ และมีความสนใจเป็นอย่างมากในการที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตน หลังจากนั้นได้เดินเท้าเข้าศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน โดยสะพานความยาว 1,600 เมตร ที่จะนำเข้าสู่ธรรมชาติของป่าชายเลน ซึ่งคณะฯ ได้ศึกษาระบบนิเวศน์ป่าชายเลนผ่านวิทยากรที่บอกเล่าเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างครบถ้วนในองค์ความรู้และสามารถสร้างบรรยากาศแห่งรอยยิ้มให้แก่คณะศึกษาดูงานฯ ได้อีกด้วย

jan4 jan5 jan6 jan7 jan58 jan9 jan10 jan11 jan12 jan13 jan14 jan15 jan17 jan18 jan19 jan20 jan21jan16

                    —————————————————————————————

++BEDO ร่วมกับ TGO จัดการฝึกอบรมการเก็บข้อมูลในพื้นที่ป่าครอบครัว เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ ในเนื้อไม้ ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี และเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ++

pra1
pra2

pra5 pra4 pra6 pra7 pra3

เมื่อวันที่ 28 – 29 พฤษภาคม 2558 นายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน นายบุญญานนท์ ศรีโท เจ้าหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และคณะ จาก สพภ. หรือ BEDO ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ลงพื้นที่เพื่อจัดฝึกอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัวของเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี โดยการอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นและสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวเป็นอย่างมากในการเข้าร่วม ซึ่งนายสมนึก สมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง และ นางสาวนนทิฌา ปิดทรัพย์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับเจ้าหน้าที่จาก BEDO, TGO และสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว ซึ่งการฝึกอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจในการลดก๊าซเรือนกระจกให้สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนักในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในครัวเรือน พื้นที่ และชุมชนของตนเอง พร้อมกับได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง เพื่อทำการวางแปลงสาธิตการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปประยุกต์และดำเนินการในพื้นที่ของสมาชิกป่าครอบครัวแต่ละคน และนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามสูตรวิธีการที่ TGO กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ ในพื้นที่ป่าครอบครัวที่นำไปสู่การลดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จาการอบรมสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการจัดทำข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัวของตน เพื่อรับใบประกาศเกียรติคุณ(Letter of Recognition : LoR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

                    ——————————————————————————————

++BEDO ร่วมกับ TGO ดำเนินการอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัว ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชีววิถี และเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน++

nan3
nan1 nan2 nan4 nan5 nan6 nan7 nan8 nan9 nan10

เมื่อวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2558 นายเสมอ ลิ้มชูวงศ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการชุมชน และกลุ่มกิจการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จาก สพภ. หรือ BEDO ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ลงพื้นที่เพื่อจัดฝึกอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัวของเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยการอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งการฝึกอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจในการลดก๊าซเรือนกระจกให้สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนักในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในครัวเรือน พื้นที่ และชุมชนของตนเอง พร้อมกับได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง เพื่อทำการวางแปลงสาธิตการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปประยุกต์และดำเนินการในพื้นที่ของสมาชิกป่าครอบครัวแต่ละคน และนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามสูตรวิธีการที่ TGO กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ ในพื้นที่ป่าครอบครัวที่นำไปสู่การลดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จาการอบรมสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการจัดทำข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัวของตน เพื่อรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

——————————————————————————————

++BEDO ร่วมกับ TGO ดำเนินการอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัว ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ณ ศูนย์เรียนรู้ตำบลม่วงกลวงและเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง++

ra1 ra3
ra2 ra4 ra5 ra6 ra7 ra8 ra9

เมื่อวันที่ 19 – 20 พฤษภาคม 2558 นายเสมอ ลิ้มชูวงศ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการชุมช
น และกลุ่มกิจการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จาก สพภ.หรือ BEDO ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ลงพื้นที่เพื่อจัดฝึกอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัว โดยการอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวจาก ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่, เครือข่ายป่าครอบครัวตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และเครือข่ายป่าครอบครัวตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เข้าร่วมการอบรม โดยการอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนัก (Awareness) ในการลดก๊าซเรือนกระจกให้กลุ่มชุมชนและเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้ พร้อมกับได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง เพื่อวางแปลงสาธิตการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ และนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามวิธีการที่ TGO กำหนดไว้ ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จาการอบรม ชุมชนและสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว สามารถนำไปจัดทำข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัว เพื่อรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme : LESS) ได้ต่อไป

                    ——————————————————————————————

++BEDO ร่วมกับ TGO ดำเนินการอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าครอบครัว ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน เมื่อวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2558 ณ เครือข่ายป่าครอบครัวตำบลกุดบาก อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร++

skol7 skol6 skol5 skol4 skol3 skol2 skol1

จากการที่ BEDO และ องค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ได้ลงนามความร่วมมือดำเนินงานโครงการป่าครอบครัวลดโลกร้อน เพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมป่าครอบครัวเพื่อการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ศูนย์อนุรักษ์และเรียนรู้พืชสมุนไพร (PANDA CAMP) ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยกำหนดพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายดำเนินการใน 12 พื้นที่เครือข่ายป่าครอบครัว ซึ่งได้กำหนดให้มีกิจกรรมการอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ป่าครอบครัว ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ให้แก่สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว นั้น

การอบรมฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เป็นประธานในการเปิดการฝึกอบรม โดยการอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่ โดยการอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนัก (Awareness) ในการลดก๊าซเรือนกระจกให้กลุ่มชุมชนและเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้ และเพิ่มศักยภาพในด้านวิชาการ พร้อมกับลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง เพื่อวางแปลงสาธิตการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ พร้อมกับนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามวิธีการที่ TGO กำหนดไว้ ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จาการอบรม ชุมชนและสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว สามารถนำไปจัดทำข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัว เพื่อรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

——————————————————————————————

++BEDO ร่วมกับ TGO ดำเนินการอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน เมื่อวันที่ 9 – 10 เมษายน 2558 ณ เครือข่ายป่าครอบครัวตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี++

IMG_2858
S__10018881
18471
18474 IMG_2913 IMG_2964
IMG_3012
จากการที่ BEDO และ องค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ได้ลงนามความร่วมมือดำเนินงานโครงการป่าครอบครัวลดโลกร้อน เพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมป่าครอบครัวเพื่อการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ศูนย์อนุรักษ์และเรียนรู้พืชสมุนไพร (PANDA CAMP) ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยกำหนดพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายดำเนินการใน 12 พื้นที่เครือข่ายป่าครอบครัว ซึ่งได้กำหนดให้มีกิจกรรมการอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ป่าครอบครัว ภายใต้โครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ให้แก่สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว นั้น

การอบรมฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายเสมอ ลิ้มชูวงศ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการชุมชน ของ BEDO เป็นประธานในการเปิดการอบรม โดยการอบรมดังกล่าวฯ ได้รับความสนใจจากชุมชนและจากหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมการฝึกอบรมและร่วมสังเกตการณ์  อาทิ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 และ หมู่ 8 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี หัวหน้าทหารชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน (ชพส. 1203) สมาชิกป่าครอบครัว และคนในชุมชน เป็นต้น โดยการอบรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และกระตุ้นความตระหนัก (Awareness) ในการลดก๊าซเรือนกระจกให้กลุ่มชุมชนและเครือข่ายป่าครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายได้ และเพิ่มศักยภาพในด้านวิชาการ และได้ลงพื้นที่ป่าครอบครัวตัวอย่าง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อวางแปลงสาธิตตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ของพื้นที่ที่กำหนดไว้ พร้อมกับนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณตามวิธีการที่ TGO กำหนดไว้ ซึ่งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้จาการอบรม ชุมชนและสมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัว สามารถนำไปจัดทำข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ป่าครอบครัว เพื่อรับใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition : LoR) ซึ่งจะมอบให้กับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme : LESS) ต่อไป

 

นอกจากนั้นได้มีกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย ที่ปรึกษาด้านการจัดการชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้สูงอายุ ได้ร่วมให้สมาชิกป่าครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่ Bedo & TGO รดน้ำและขอพรอีกด้วย

—————————————————————————————–

++BEDO จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ระหว่าง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ เครือข่ายป่าครอบครัว ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี++

10988523_786312778090385_3522157937935010656_n 10968447_786312928090370_8762408796491773530_n 10982438_786312721423724_2345340195139089028_n 10959859_786312924757037_4947021347528185990_n 10502531_786313114757018_538868678058150079_n

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 นายเสรี โสภณดิเรกรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน ระหว่าง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์การมหาชน) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ เครือข่ายป่าครอบครัว ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดย ผศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และ นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นผู้แทนในการลงนาม พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition: LoR) ใบแรกในประเทศไทย ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Supporting Scheme: LESS) ให้กับ นายศิริพงษ์ โทหนองตอ พื้นที่ดำเนินการป่าครอบครัว เครือข่าย อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่สามารถประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกได้ 166 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในเนื้อที่ 1.9 ไร่ โดย BEDO และ TGO จะร่วมกันเมินปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก และมอบ LOR ให้กับสมาชิกโครงการป่าครอบครัว ต่อไป

พร้อมกันนี้ได้มีการเปิดป้ายศูนย์ประสานงานเครือข่ายโครงการป่าครอบครัวเพื่อการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินกิจกรรมป่าครอบครัวฯ และตลาดป่าครอบครัว ด้วย

—————————————————————————–

++BEDO จัดโครงการศึกษาดูงาน และฝึกอบรมการสำรวจจัดทำข้อมูลและอบรมการดำเนินงานป่าครอบครัวฯ ++

Untitled44 Untitled4 Untitled3 Untitled1 Untitled

เมื่อวันที่ 14-18 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO นำโดย นายเสมอ ลิ้มชุวงศ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการชุมชน สพภ. , นายราชัย ชลสินธุ์สงครามชัย ผู้จัดการโครงการ SMB, นายนายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และคณะ ได้จัดอบรมกำหนดการโครงการศึกษาดูงานและฝึกอบรมการสำรวจจัดทำข้อมูลและอบรมการดำเนินงานป่าครอบครัวฯ ณ เครือข่ายป่าครอบครัวจังหวัดระนอง ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ระหว่างวันที่ 14 – 18 ธันวาคม 2557 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน หลักการ แนวคิดและการปฏิบัติป่าครอบครัว โดยวิทยากรนายศิริพงษ์ โทหนองตอ นายกอุทยานการเรียนรู้สมาคม จ.อุทัยธานี และวิทยากรนายสมชาย หัสจักร์ คณะเครือข่ายป่าครอบครัวจังหวัดระนอง ได้นำเสนอหลักการเหตุผล และความเป็นมา/พัฒนาการ และหลักการจัดการป่าครอบครัว (Family Forest) / เทคนิคและนวัตกรรมชุมชน และ/หรือภูมิปัญญาในการพัฒนาป่าครอบครัว (Family Forest) นอกจากนี้สมาชิกเครือข่าย ร่วมกันเสนอแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการป่าครอบครัว เพื่อการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปี 2558 พร้อมกับเยี่ยมชมป่าครอบครัวเครือข่ายป่าครอบครัวที่จังหวัดระนอง เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายป่าครอบครัวสามารถนำไปประยุกต์เป็นแนวทางในการดำเนินการป่าครอบครัวในพื้นที่ของตน และได้ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนกับอุทยานแห่งชาติแหลมสน อีกด้วย
………………………………………………………………………..

++BEDO คืนความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพ ในโครงการ “ปลูกรักษ์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี++ 

10989966_787515271303469_4488009703592451887_n 18411_787517154636614_5997522821618837645_n 10957909_787517151303281_4431675638164721219_n 10996389_787516277970035_1161788911797207904_n 10371479_787517174636612_7516752312834706401_n

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO เปิดตัวโครงการ “ปลูกรักษ์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เพื่อคืนความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพสู่ธรรมชาติของพื้นที่ทั่วประเทศ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาส ๖๐ พรรษา 2 เมษายน 2558 

พลเอก เอกชัย จันทร์ศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ให้เกียรติเป็นประธานในงานเปิดตัวโครงการ “ปลูกรักษ์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระชนมายุครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน ปี2558 นี้ ซึ่งพระ องค์ท่านให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นทรัพยากรพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพได้สนองราชดำริของพระองค์มาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้จึงได้ดำเนินโครงการปลูกรักษ์ขึ้น ทั้งนี้ โครงการปลูกรักษ์มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเปิดให้ประชาชนและคู่รักร่วมบริจาคเงินซื้อเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ในโครงการ เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ 14 จังหวัดนำร่อง พร้อมกับติดตามประเมินผลเป็นระยะตลอด 3 ปี

ผศ.ดร. วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า สำนักงานก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2550 มีหน้าที่และภารกิจในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในรูปแบบการผลิตสินค้าและบริการ การเสริมสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 

ดังนั้น จึงได้มีโครงการเพื่อคืนความสมบูรณ์กลับสู่แหล่งธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ด้วยกระบวนการให้ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดย ผู้ครอบครองพื้นที่สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมไปยัง BEDO พร้อมทั้งระบุที่ตั้งของพื้นที่ สภาพพื้นที่ ความสำคัญของพื้นที่ ความต้องการในการคืนความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพสู่พื้นที่ และประมาณการค่าใช้จ่ายที่ต้องการขอรับการสนับสนุนจากผู้บริจาค โดยจะประชาสัมพันธ์พื้นที่ดำเนินการ กิจกรรมและความก้าวหน้า ผ่านทางเว็บไซด์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรับบริจาคผ่านทางธนาคาร คณะกรรมการในการกำกับดูแลและติดตามประเมินผล จะมีการรายงานให้กับผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมทราบ นอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ การสร้างความตระหนักรักสิ่งแวดล้อมในการปลูกป่า 

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนสร้างจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยมีช่องทางในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสามารถเข้าร่วมรับชมข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ของโครงการได้ที่ www.ปลูกรักษ์.com และสำหรับผู้ทีสนใจอยากมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ป่า / ระบบนิเวศ สามารถร่วมบริจาคเงินเข้ามาได้ที่บัญชีธนาคารของวิสาหกิจชุมชนของแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยกันรักษาทรัพยากรชีวภาพของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

………………………………………………………………………..